พิมพ์
PDF
22
ม.ค.

นำเอาสิ่งที่ต้องพิสูจน์มาเป็นหลักฐานเสียเอง

เขียนโดย อัซซาบิกูน สายคูรอซาน on 22 มกราคม 2012.

นำเอาสิ่งที่ต้องพิสูจน์มาเป็นหลักฐานเสียเอง


 ชื่อทางวิชาการคือ Arguing in a Circle (premise = conclusion) ข้อสรุป หรือ จุดยืน (conclusion) ที่ถูกทำให้เป็น เหตุผลสนับสนุน (premise) เสียเอง  แต่ในความเป็นจริงแล้วมันคือ  ข้อสรุป หรือ จุดยืน (conclusion) อีกอันหนึ่ง ตรงนี้เป็นอะไรที่แยบยลมากถ้าไม่สังเกตุให้ดี

 ดูการสนทนาระหว่าง นาย เอ กับ นาย บี

A1: เราเชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่จริง เพราะคัมภีร์ไบเบิ้ลกล่าวว่าพระเจ้ามีจริง 

B1: แล้วทำไมผมจะต้องเชื่อในคัมภีร์ ไบเบิ้ลด้วย

A2: เพราะสิ่งที่คัมภีร์ไบเบิ้ลกล่าวจะต้องเป็นความจริง

B2: แล้วผมจะเชื่อได้อย่างไรว่าสิ่งที่ในคัมภีร์ไบเบิ้ลเป็นความจริง

A3: เพราะพระเจ้าเขียนคัมภีร์ไบเบิ้ล และพระเจ้าไม่มีทางที่จะพูดโกหก

จากข้อความข้างต้นนั้น ถ้าเราจะถามว่า ข้อความไหนถือว่าเป็น การแสดงจุดยืน หรือ ถือเป็นข้อสรุป  ( conclusion)  ที่ตัวมันเอง จะต้องมีเหตุผล หรือ หลักฐาน (premise) มาสนับสนุนอีกที โดยที่เราไม่อาจที่จะทึกทักให้เป็นจริงก่อนได้

คำตอบก็คือข้อความที่ว่า 1. เราเชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่จริง  2. พระเจ้าเขียนคัมภีร์ไบเบิ้ล / ส่วนข้อความที่เหลือถือ     เป็นประเด็นปลีกย่อย  เพราะถ้าสมมุติว่า (ข้อย้ำว่าสมมุติ) มีการพิสูจน์แล้วว่าพระเจ้าไม่มีจริง ข้อความทั้งหมดที่กล่าวมาก็จะถือว่าไร้ความหมาย    และเราจะเห็นได้ว่า ข้อความ “ เพราะคัมภีร์ไบเบิ้ลกล่าวว่าพระเจ้ามีจริง” และ “  เพราะสิ่งที่คัมภีร์ไบเบิ้ลกล่าวจะต้องเป็นความจริง” จะไม่แตกต่างอะไรกันมากนัก เพราะต่างก็ถูกสนับสนุนด้วยข้อความที่ว่า  “ พระเจ้าเขียนคัมภีร์ไบเบิ้ล และพระเจ้าไม่มีทางที่จะพูดโกหก  ”  อีกที 

เราสามารถเขียนแยกออกจากกันเพื่อให้เห็นภาพชัดได้ดังนี้:

 “ เราเชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่จริง”  ( ข้อความนี้เป็น จุดยืน หรือ ข้อสรุป conclusion )

“ คัมภีร์ไบเบิ้ลกล่าวว่าพระเจ้ามีจริง ”  (ข้อความนี้เป็น เหตุผล ( premise ) ไป

 สนับสนุนประโยคบน นั่นคือ ข้อสรุปอีกที )

“ สิ่งที่คัมภีร์ไบเบิ้ลกล่าวจะต้องเป็นความจริง ” ( ข้อความนี้เป็น เหตุผลย่อย              ( premise )  เพื่อไปสนับสนุนเหตุผล(  premise )  ข้างบนอีกที )

“ พระเจ้าเขียนคัมภีร์ไบเบิ้ล และพระเจ้าไม่มีทางที่จะพูดโกหก”( ข้อความนี้เป็น เหตุผลย่อย ( premise ) ลงมาอีก เพื่อไปสนับสนุนเหตุผล ( premise ) ย่อยข้างบนอีกที )  เพราะฉะนั้นถ้าเหตุผลที่ “ย่อยลงมาอีก” ด้านล่างสุด ถูกพิสูจน์ว่าไม่เป็นจริง เหตุผลที่เหลือข้างบนทั้งหมดจะผิดไปโดยปริยาย และเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้อสรุป หรือจุดยืนที่ว่าพระเจ้ามีจริงโดยใช้ไบเบิ้ลพิสูจน์นั้นก็ไร้ผล ใช้ไม่ได้ไปโดยปริยาย  เพราะฉะนั้นประโยคนี้ถ้าจะลดลงให้เหลือสั้นๆจะได้ดังนี้:

“ เราเชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่จริง”    ( ข้อความนี้เป็น จุดยืน หรือ ข้อสรุป conclusion )

“ เพราะพระเจ้าเป็นผู้เขียนคัมภีร์ไบเบิ้ล    ( ข้อความนี้เป็น เหตุผล ( premise ) เพื่อไปสนับสนุนจุดยืนข้างบน ) 

            แต่ Premise  นี้ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้เป็นPremise แต่มันเป็น Conclusion อีกอันหนึ่ง ที่ต้องถูกสนับสนุนด้วยเหตุผล ( premise  )  และหลักฐานอีกที   ทั้งสองข้อความ เป็น Conclusion ทั้งคู่  เพราะฉะนั้น ข้อความข้างต้นยังไม่อาจจะเป็นที่ยอมรับได้ว่าเป็นความจริง แต่เรื่องพระเจ้านั้นได้มีการพิสูจน์อย่างชัดเจนแล้วว่ามีอยู่จริงอย่างแน่นอน

 

หรือ  เช่นพูดว่า “ เราจะต้องไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพราะมันเป็นบาป   มิเช่นนั้นแล้ว ชาติหน้าเราจะต้องเกิดเป็นสัตว์นั้นๆแล้วถูกฆ่าเหมือนกัน ”   ข้อความที่ว่า  “ เราจะต้องไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพราะมันเป็นบาป ” ถือว่าเป็น ข้อสรุป หรือจุดยืน (conclusion)  ส่วนข้อความ “มิเช่นนั้นแล้ว ชาติหน้าเราจะต้องเกิดเป็นสัตว์นั้นๆแล้วถูกฆ่าบ้าง ”   ก็เป็นข้อสรุป หรือจุดยืน (conclusion)  อีกอันหนึ่ง สรุปแล้วทั้งคู่ต่างก็จะต้องมี เหตุผล (premise) มาพิสูจน์การขั้นตอน  / มีอะไรมายืนยันว่า ฆ่าสัตว์แล้วจะเป็นบาป  และ สมมุติว่าการฆ่าสัตว์เป็นบาปจริงแล้ว มีอะไรมายืนยันว่า ผู้ที่ฆ่าจะต้องเกิดไปเป็นสัตว์และถูกฆ่าบ้างในชาติหน้า  ถ้าพิสูจน์ทั้งสอง conclusion ไม่ได้ก็ถือว่าไร้ผล ใช่ไม่ได้

หรือบางที conclusion จะถูกใช้อีกสำนวนหนึ่ง หรือมีการเปลี่ยนการใช้คำของ conclusion จึงทำให้ดูเหมือนว่า อันหนึ่ง หรือ ข้อความหนึ่งเป็น conclusion โดยอีกข้อความหนึ่งเป็นpremise  ที่จะมาสนับสนุน conclusion อีกที แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองข้อความต่างก็เป็น conclusion ทั้งคู่

เช่นพูดว่า “ (1) คุณไม่มีคุณสมบัติเป็นนักฟุตบอลที่ดีได้  (2)เพราะ คุณเล่นไม่ดี ” ซึ่งทั้งสองข้อความ ต่างก็มีความหมายเดียวกัน ไม่ใช่ว่าข้อความที่ 2 เป็น premise ไปสนับสนุนข้อความแรกที่เป็น conclusion...เปล่าเลย  แต่ทั้งสองข้อความเป็นสิ่งเดียวกัน และ เป็น conclusion ที่จะต้องมี premise มาสนับสนุนว่าเป็นจริงหรือไม่

 

เว็บไซต์ เพื่อนบ้าน

ติดต่อ สอบถาม

ชารีฟ ( กฤษฎากร) วงศ์เสงี่ยม

Home Page : http://www.อิสลาม.net

Telephone: 081-9284958
เมลล์ : danish8484@yahoo.com

eMail us

กระทู้ ล่าสุด

ฟอรัมออฟไลน์

This website features information about Islam in Thailand