การเมือง
รัฐบาลตอลีบัน ค้ายาเสพติดจริงหรือ?
รัฐบาลตอลีบัน ค้ายาเสพติดจริงหรือ?
โดย อัซซาบิกูนสายคูรอซาน

ความสำเร็จของการปราบปรามฝิ่นที่ไม่เคยมีมาก่อนในอัฟกานิสถานคือผลงานของกลุ่มที่ว่ากันว่า “ป่าเถื่อน” สิ่งที่มีการยอมรับอย่างเป็นมติเอกฉันท์คือการปราบปราบฝิ่นอย่างราบคาบของ “รัฐบาลตอลีบัน” เหล่ามหาอำนาจและลูกสมุนผู้โฆษณาชวนเชื่อเรื่องราวของสิทธิเสรีภาพด้วยคำพูดสวยหรูต่างต้องตกตะลึงยืนอ้าปากค้างพร้อมตั้งคามว่า “ไอ้พวกนี้มันทำได้อย่างไร?!”
วันที่ 10 กันยายน 1997 รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของรัฐบาลตอลีบันออกแถลงการณ์ถึงประชาชนชาวอัฟกานิสถาน
“การเสพเฮโรอีน การเสพกัญชา เป็นสิ่งที่ไม่อนุญาตในอิสลาม
และบุคคลใดก็ตามที่ฝ่าฝืนคำสั่งจะต้องถูกลงโทษ
ตามหลักของมุฮัมหมัด(ศ็อลฯ)และกฎหมายชาริอะฮฺ”
Bernard Frahi หนึ่งในเจ้าหน้าที่ของ UN หน่วยควบคุมปราบปรามยาเสพติด กล่าวเกี่ยวกับการปราบปราบยาเสพติดของรัฐบาลตอลีบันขณะที่บริหารอัฟกานิสถานด้วยกฎหมายชาริอะฮฺว่า
“มันคือหนึ่งในความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาเกี่ยวกับการต่อสู้กับยาเสพติด”[1]
อิสลามไม่ใช่ประชาธิปไตย
อิสลามไม่ใช่ประชาธิปไตย
ซาเล็ม อับดุลลอฮ์ [1]
การสรรเสริญทั้งหมดเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮ์ ผู้เป็นพระเจ้าหนึ่งเดียวแห่งสากลโลก ชัยชนะย่อมเป็นของผู้ยำเกรงและไม่มีความเป็นศัตรูนอกจากกับบรรดาผู้ปฏิเสธอัลลอฮ์
ขอปฏิญานว่าไม่มีพระเจ้า นอกจากอัลลอฮ์และมูฮัมมัดเป็นบ่าวและรอซูลลุลลอฮ์ ขอความโปรดปรานและความสันติมีแด่ท่านศาสดามุฮัมมัด ผู้เป็นรอซูลท่านสุดท้าย ขออัลลอฮ์ประทานความโปรดปรานแด่ท่าน วงศ์วานของท่าน สหายผู้ประเสริฐของท่าน ขออัลลอฮ์ประทานความโปรดปรานแก่บรรดามุจาฮิดีน ผู้ซึ่งเจริญรอยตามศาสดามุฮัมมัด ศอลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ในการต่อสู้เพื่อสถาปนากฎหมายของอัลลอฮ์ขึ้นมาบนหน้าแผ่นดินอีกครั้งหนึ่ง ตลอดจนบรรดาผู้เจริญรอยตามท่านรอซูลด้วยดีตราบวันแห่งการพิพากษา
แท้จริงอัลลอฮ์ได้ส่งศาสดามุฮัมมัด ศอลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม มาพร้อมกับสัจธรรมของพระองค์เพื่อเป็นหลักการดำเนินชีวิตของมวลมนุษยชาติ เพื่อเป็นทางนำเพื่อเป็นความเมตตาแก่ผู้ใคร่ครวญและดำเนินวิถีตามที่อัลลอฮ์บัญชา ดังนั้นทางนำที่ดียิ่งคือทางนำของมูฮัมมัด และทางที่เลวคือทางอื่นจากนี้
อัลลอฮ์อัซซะวะญัล กล่าวว่า
وَمَن لَّمْ يَحْكُم بِمَا أَنزَلَ اللَّـهُ فَأُولَـٰئِكَ هُمُ الْكَافِرُونَ
และผู้ใดที่มิได้ตัดสินด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานลงมาแล้ว ชนเหล่านี้คือกาเฟร (อัลมาอิดะ : 44)
รัฐบาลตอลีบัน กับ ฝิ่น
“รัฐบาลตอลีบัน” กับ “ฝิ่น”
ส่วนที่ 1 สงครามของอเมริกาและการค้าฝิ่น .
นาวิกโยธิน Sean ผู้รายงานข่าวสงคราม 3 ธันวาคม 2009
แปลและเรียบเรียงโดย โต๊ะญี่ปุ่น

ตั้งแต่อเมริกาและนาโตได้ตั้งกองกำลังที่ตุรกี ปลายปี ค.ศ. 1940 ตุรกีก็กลายเป็นประเทศอันดับหนึ่งในการผลิตฝิ่นและเฮโรอีนให้กับตลาดในอเมริกาและยุโรป โดยที่ยุโรปเป็นศูนย์กลางของตลาดฝิ่นที่ผิดกฎหมาย และยังเป็นที่แปรรูปฝิ่นให้กลายเป็นเฮโรอีนก่อนที่จะส่งไปยังตลาดอื่นๆทั่วโลก ดังนั้นยุโรปจึงได้ผลประโยชน์จากการค้าฝิ่นและเฮโรอีนมหาศาล และจากการวิจัยของ Nixon administration ในปี 1968 ได้เปิดเผยว่า เฮโรอีนผิดกฎหมายในยุโรปและอเมริกา[1 นั้น ประมาณ 80% เป็นเฮโรอีนจากฝิ่นในตุรกี
Nixon Administration ได้ประกาศทำสงครามกับยาเสพติดอย่างเป็นทางการ (War on drugs) โดยกล่าวว่ามันเป็นภัยคุมคามต่อความมั่นคงของประเทศ และได้เริ่มทำโครงการหลายอย่าง(multi pronged) ซึ่งพยายามที่จะจำกัดจำนวนของการผลิตฝิ่นในตุรกีที่จะส่งมายังอเมริกา[2] โดยโครงการที่สำคัญที่สุดคือโครงการที่จะรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในตุรกีที่ยังคงปลูกฝิ่นอยู่และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี และจากความพยายามที่จะซื้อผลผลิตฝิ่นทั้งหมดในตุรกี ทำให้ในตอนนี้ราคาฝิ่นที่รับซื้อสูงถึง 25 ดอลล่าร์ต่อกิโลกรัม ซึ่งในความเป็นจริงแล้วสามารถซื้อฝิ่นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะจากการตัดสินใจดังกล่าวข้างต้น มันดูเหมือนว่าNixon Administration ได้มองข้ามไปว่า การซื้อฝิ่นผิดกฎหมายนั้นสามารถดึงราคาได้สูงถึง 100 ดอลล่าร์ต่อกิโลกรัม ซึ่งมันไม่ได้กระทบต่อราคาขายฝิ่นให้กับผู้ติดยาในนิวยอร์กเลยแม้แต่ 1 เซนต์[3] ซึ่งราคาปกติอยู่ที่โดสล่ะ 5 ดอลล่าร์ และยังได้ละเลยไปอีกว่าหากฝิ่นในตุรกีถูก Nixon administration ซื้อไปหมด(ซึ่งคงต้องราคาแพงมากและยังต้องจ่ายภาษีแพงอีก) ฝิ่นก็ยังสามารถปลูกที่อื่นในโลกได้อีก ดังเช่นตอนสงครามเวียดนามที่ตะวันออกเฉียงใต้ผลิตฝิ่นเป็นคู่แข่งกับตุรกี แต่หลังจากที่สงครามเวียดนามจบลงและทหารอเมริกาถอนกำลังออกจากเวียดนาม ฝิ่นในแถบนี้ก็ลดลงเป็นลำดับเรื่อยมา โดยตอนนี้ตุรกีก็เป็นประเทศที่โดดเด่นในฐานะของผู้ผลิตฝิ่นรายใหญ่ให้กับอเมริกา


